:: JAPAN 2014.11 ภาค 2 ::

posted on 13 Dec 2014 08:41 by myultraman-itteq
อันนี้คือภาคต่อจาก
v
v

:: JAPAN 2014.11 ภาค 1 ::

 
อยู่ญี่ปุ่นมาอาทิตย์กว่าๆ ได้กินราเมง เป็นหนที่ 2 ก็วันนี้  จำชื่อร้านไม่ได้อ่ะ รูปที่ถ่ายมาชื่อมันมัวๆ
มีคำว่า ราเมง และคำว่า ไดยามะ 大山 นี่มีหลายร้านมาก เหมือนเป็นคำคมคำขวัญ
เอารูปหน้าร้านแปะไว้แล้วกัน เผื่อใครผ่านมาเที่ยวทาคาซากิ
 
 
 
ที่นี่ราเมง ชามใหญ่มาก อร่อยมากกก คุ้มค่าดี  ราคา 1000~1200 กว่าเยน
เกี๋ยวซ่าจำไม่ได้ว่ากี่บาท แต่ชิ้นใหญ่มากกกก
ให้ 5 ดาว เพราะได้เยอะ อร่อย เส้นนุ่มมาก ไข่ต้มก็ยางมะตูม ฟินนนนน
 
 
 
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
 
วันต่อมา ฝนตกอีกแล้วอ่ะ แต่เป็นวันหยุดของคนญี่ปุ่น ก็เลยพาเที่ยว
ขับรถขึ้นเขา Haruna พาไปอุด้งสตอรี่ ไม่ไกลจากเมือง Shibukawa นะ
 
 
ร้านอุด้งชื่อดังที่เก่าแก่กว่าร้อยปี ติด 1 ใน 3 อุด้งสุดอร่อยในญี่ปุ่น *0*
หลายๆคนคงไม่รู้จัก แต่รายการ มาจิเด๊ะเจแปนเคยไปถ่ายทำนะ จิ้มๆ
 
คนญี่ปุ่นเรียกอุด้งสตอรี่ เพราะมันเป็นตำนาน 555 บางคนเรียก
 
 
ที่สั่งมาเป็นอุด้งเย็น เส้นอร่อยมากกก เราเป็นคนไม่ชอบกินอุด้งนะแต่ก็กินได้อยู่
ยิ่งผักทอด เราชอบมากกก อยากว้าปกลับไปกินอีก ชอบผักชุปแป้งทอด 555
ราคาทั้งเซตประมาณ 1600 เยน (ให้ 4 ดาว หัก 1 ดาวเพราะแพง งิงิ)
ร้านนี้วันหยุด อากาศดีดี คนค่อนข้างเยอะนะ
 
 
 
ใกล้ๆร้านอุด้ง เลยไปแค่ 500 เมตรก็จะมี วัดมิซึซาว่า วัดนี้มีทัวร์มาลงอยู่เหมือนกัน คนญี่ปุ่นก็มาเยอะ
แต่วันที่ไปกินอุด้ง อากาศไม่ดีอ่าาาาาาา เลยแค่ขับรถผ่าน แล้วบอกเดี๋ยวมาใหม่นะ 555
 
 
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
 
วันต่อมา อากาศดีแล้วววววววว คนญี่ปุ่นเลยพาขับรถเล่นอีกรอบ  เขาฮารุนะซังเจ้าเดิม
ขับขึ้นเขาไปเรื่อยๆ วิวสวย แอบแง้มเปิดหน้าต่าง อากาศดีมากกกก
 
 
 
แล้วตอนโค้งลงมาตรงทะเลสาบ เจอตัวไรไม่รู้ นึกว่ารูปปั้นหมา พอมองอีกทีมันเดินได้ 55
ตัวสีดำๆ เลยกลับมาเสิร์ทกูเกิ้ล เราคิดว่าอิตัวนี้แหละ ไม่เคยเห็นมาก่อน
Japanese serow คล้ายๆเลียงผา แต่ตอนเห็นบนรถนึกว่าหมาสีดำ -*-


 
 
ขับรถมาบนเขาได้ 20 นาทีก็เจอทะเลสาบบนภูเขา ตอนไปมันเย็นแล้วอ่ะ เลยมืดๆ
 
 
 
 
แต่งตัวท้าลมหนาว เสื้อข้างในเสื้อยิดแขนสั้น 55555
 
 
 
 
 
ฝั่งตรงข้ามทะเลสาบนี้มีโรงแรม ร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารด้วย จริงๆมีเป็ดให้ขี่ด้วยละ ฮ่าๆๆ
เดี๋ยวปีหน้ามาหน้าร้อนนะจะขี่เป็ดเล่น อิอิ ตกปลาได้ด้วย ใครชอบเที่ยวธรรมชาติ
คนไม่พลุกพล่าน ก็แนะนำนะ สวยอยู่ แต่ต้องมีรถ ถ้ามาเที่ยวเป็นกลุ่มก็น่าจะเช่ารถมาขับเที่ยว
 ถนนดี อากาศดี วิวสวย และไม่ไกลขับขึ้นมาตามทางเรื่อยๆแค่ 20 นาทีก็เจอที่สวยๆแล้ว 
และบนเขาฮารุนะนี้ยังมีวัดสวยๆ มีออนเซ็น มีสโตนสเตป และวัดไทยอีกด้วย
 
 
พอเลยทะเลสาบมาได้สักพักจะเจอจุดชมวิว ตอนนั้นลมแรงอ่ะ หนาวไม่หนาวไม่รู้
คือปากสั่นเอง ฮาาา บนเขานะคะ ลมโกรกมองลงไปเห็นเมืองทาคาซากิทั้งเมืองเลย
ต้องมองด้วยตา ของจริงสวยยย
 
 
 
 
 
เลยจุดจดชิวมาสักพักก็มาแวะวัดมิซึซาว่า (ที่ตอนกินอุด้งอากาศไม่ดีเลยไม่ได้เที่ยว)
วัดก็ไม่ใหญ่มาก แต่บรรยากาศดี ดูขลังดี ใบไม้แดงด้วยตอนนั้น โรแมนติคมากมาย เสียดายโสด - -
 
ที่วัดนี้ก็มีร้านขายขนมของที่ระลึกอยู่เหมือนกัน วันที่ไปมีกลุ่มทัวร์คนญี่ปุ่นมาเที่ยวด้วยซ้ำ
หน้าวัดมีหินแปะชื่อวัด อีกด้านก็มีใบไม้แดง 
 
 
 
 
 
เข้าไปข้างในก็ได้ไปสั่นระฆัง โยนเหรียญ และขอพรจากเจ้าแม่กวนอิม
แล้วด้านนอกมีคล้ายๆที่ไทย เป็นพระตามปีเกิด ชวด ฉลู ขาล เถาะ .....
พระแต่ละปางค์คล้ายๆกัน แล้วมีภาษาญี่ปุ่นกำกับว่าของปีนักษัตรไหน
จริงๆเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลยอ่ะ ต้องแปลเองนะ 5555
 
 

และแล้วเราก็ลงเขา ............ ไปกินเลยจัดบุฟเฟ่ห์เนื้อย่าง ร้านนี้มีแทบทุกอย่าง
เนื้อวัว หมู ปลาหมึก บลาๆ ซูชิ หลายหน้า ข้าวผัด ข้าวสวย แกงกะหรี่ญี่ปุ่น ทาโกะยากิ ไก่ทอด
ไอติม เค้ก พุดดิ้ง สลัด น้ำสารพัด นอกนั้นลืมและ แต่เยอะนั่งได้ 1 ชั่วโมง 30 นาที
วันนั้นไปกินกัน 2 คน สนนราคา 5200 กว่าเยน (ตกคนละ 2600 เยน)
คือถ้าหิวๆมาอ่ะ กินให้เยอะๆ คุ้มนะ 5555 แต่ญี่ปุ่นต้องกินให้หมด ห้ามเหลือ
แล้วตักแต่พอกิน ไม่อิ่มค่อยไปตักใหม่ อย่าโลภมาก
 
 
 
 
 
**********************************************
 
วันต่อมาไปเที่ยวห้างอิออนมอลล์กุนมะ แถวมาเอะบาชิ ทุกอย่างคล้ายๆห้างที่ไทย
มีแต่ของสวยๆน่าซื้อ ถูกๆก็มี แพงๆก็เยอะ ชอบร้านรองเท้ามาก 
พวกยี่ห้อต่างๆอ่ะ ราคามันถูกกว่าที่ไทย ของแท้ด้วย โอ้ย สวรรค์
 
เดินผ่านโรงหนังด้วย คินเคียวริ หนังยามะพีอ่ะ ยังมีให้ดู แต่อดดู T_T มองแต่โปสเตอร์ไปค่ะ
 
พอดีบอกคนญี่ปุ่นว่าชอบจอห์นนี่ส์ เขาเห็นไอบะตรงร้านโดนัท เลยถ่ายรูปให้
ใช่รูปนี้เราตัดหน้าตัวเองออก เห็นแค่สองนิ้ว 555555

 

พอถึงวันใกล้กลับไทย เราเลือกพักที่โตเกียวคืนนึง เพราะเครื่องออกเช้า กลัวตกเครื่อง -*-
เลยมานั่งชินคันเซน จากสถานีทาคาซากิ เที่ยว 11.40 มาตรงเวลาเป๊ะ โป๊ะเช๊ะ
ถึงอุเอะตอนเที่ยงกว่าๆ ราคาต่อเที่ยวประมาณ 4800 เยน (เท่าที่จำได้ เพราะไม่ได้จ่ายเอง 5555)
รถไฟมี 2 ชั้น ใครอยากดูวิวก็นั่งชั้นบน ไม่มีฟิกที่นั่งขึ้นไปแล้วเลือกเองเลย
ส่วนใครที่มีกระเป๋าสัมภาระใหญ่ๆให้เอากระเป๋าไว้ตรงที่ๆเขาจัดไว้ให้ 
อยู่ติดกับประตูทางขึ้นลง ชั้นบนกับชั้นล่าง เพื่อไม่ให้เกะกะคนอื่น
 

ถ่ายรูปตัวเอง คือไม่ค่อยจะเยอะ 55555 เสื้อผ้าทั้งตัวอ่ะ มาซื้อใหม่ที่ญี่ปุ่นหมดเลย มันสวยและดี
เราแนะนำให้คนชอบช็อป เอากระเป๋าเปล่ามา ของมันล่อใจ เดี๋ยวน้ำหนักเกิน 55555555555
 
 
รถไฟเงียบดีนะ คือมันขับเงียบไม่พอ คนญี่ปุ่นก็เงียบจอดแวะแค่ 4 สถานี
และแล้วก็ถึงปลายทางที่ สถานีอุเอะโนะ(โตเกียว) ก็เดินออกไปเข็นกระเป๋าเดินทางไปรอใกล้ๆทางออก
แต่เพราะกระเป๋าใบใหญ่เลยไปหลบข้างๆ ฝั่งตรงข้ามประตูทางออก ไม่ให้ขวางทาง
พอถึงสถานี คนญี่ปุ่นก็เดินมาหยุดให้เราออกก่อน ก็งี้อ่ะคนส่วนมากไม่แซงคิว 
 
 
พอถึงอุเอะโนะ ก็เดินเอากระเป๋าไปใส่คอยล็อคเกอร์(ในสถานีจะมี) จำไม่ได้ว่ากี่บาท
แต่ฝากราคาเป็นวันอ่ะ น่าจะ 1000 เยน/วัน แต่นี่เอาไปฝากแค่ครึ่งวัน เปลืองได้อีก
ฝากเสร็จเดินออกมาหน้าสถานี ข้ามทางม้าลายไปตลาดอาเมะโยโกะ คล้ายๆประตูน้ำบ้านเรา 555+
จัดข้าวหน้าแซลมอนไป 1 ชาม 780 เยน อร่อยมากกก อยากกลับไปกินนนนน
(ไม่ถ่ายรูปเลย เอาแต่เดิน -*-)
 

แล้วก็เดินซื้อของเรื่อยเปื่อย จู่ๆฝนตกอีก -*- อากาศก็ 10 กว่าองศาฝนยังตก แล้วเราก็ตากฝนด้วยสิ
จากนั้นก็กลับไปรับกระเป๋าที่คอยล็อคเกอร์เข้าโรงแรม นี่ก็ไม่รู้หรอกเรื่องโรงแรม
จริงๆมันมีที่ถูกๆแต่ต้องเดินไกลจากสถานีด้วยความที่อยู่กับคนญี่ปุ่น เค้าชอบความสะดวก
กลัวเราไปไม่ทัน เลยพักใกล้สถานีอุเอะโนะ เดิน 5-10 นาทีก็ถึงที่ โรงแรมอุเอะโนะ
ตามภาพข้างบนนี่เดินลอดใต้สะพานสีฟ้า ข้ามทางม้าลาย เดินเลียบถนนใหญ่ไปเรื่อยๆ
แป้บเดียวถึงหน้าโรงแรม แถวนั้นมีหลายโรงแรม และมีร้านข้าวมากมายใกล้ๆ อิอิ 
 
ได้ห้องนี้มา มันเหลือแต่แบบนี้ แคบตามสไตล์ญีปุ่่น
ราคาเกือบ 3000 บาท ต่อ คืน ถือว่ากลางๆค่อนไปทางแพง เพราะมันใกล้สถานีรถไฟ
 
 
เก็บของเสร็จแอบงีบไป 1 ชั่วโมง แล้วตื่นไปหาอะไรกิน นี่ก็ใกล้โรงแรมเลย ข้างล่างเลย
อร่อยมากกก เป็นมื้อแรกที่ได้กินปลาซาบะญี่ปุ่น ส่วนเทมปุระจานขวามือแค่นั้น 900 เยน แพงอ่ะ
แต่คนข้างๆเค้าจะกินกุ้งมันตัวใหญ่ น้ำตาจะไหล 2 ชิ้น 900 เยน
 
 
กินเสร็จก็ขึ้นห้องอาบน้ำนอนเลย ไม่ไหว เพลียยยยย
 
 
---------------********************************************---------------
 
 
วันสุดท้ายในญี่ปุ่น นอนไม่หลับทั้งคืนอ่ะ หลับๆตื่นๆ กลัวตื่นสาย สะพรึง ฮ่าๆๆ
6 โมงกว่าๆก็ออกจากโรงแรม เดินไปสถานีอุเอะโนะ ประมาณ 5 นาที
เช้ามืดแบบนี้ เจอมนุษย์กล่องนอนเรียงกันเป็นชุมชน 0 0 โอ้ ท่ามกลางความศิวิไล
เดินเลยสถานีรถไฟธรรมดากับชินคังเซนไปขึ้นเคเซสกายไลเนอร์(ด่วน)ที่มีสถานีต่างหาก
ไปถึงก็ซื้อตั๋วจาก พนง.เลย บอกไปสนามบินนาริตะ ราคา 2800 เยนต่อเที่ยว
ก็จะได้ตั๋วมา (ไมไ่ด้ถ่ายรูปอีก) บนตั๋วจะป็นภาษาญี่ปุ่น 
บอกว่าเรานั่งโบกี้ไหน ที่ไหนที่เท่าไหร่ อะไรประมาณนี้ ถ้าไม่เข้าใจถามคนแถวนั้น 5555
 
นี่ไง สกายไลเนอร์ บอกว่าไปสนามบินนาริตะนะฮ้าบบบ
 
 
เธอดูเห่อ 55555
 
 
สกายไลเนอร์จะไปส่งถึง สนามบินนาริตะเทอมินัล 2 เลย สะดวกมากๆ
ไปถึงก็รีบไปโหลดกระเป๋าให้เรียบร้อย แล้วแวะกินอะไรรองท้อง แต่อารมณ์ตอนนั้นปากแบะอ่ะ
กินไม่ค่อยลง ไม่อยากกลับ เป็นเพราะเราคิดถึงคนที่ญี่ปุ่นด้วย

ตอนขึ้นบันไดเลื่อน เจอนิโนะยืนยิ้มให้ด้วย 55555+ ยิ้มให้ตั้งแต่ชั้น 2 ยันชั้น 3
แต่ไม่ได้ถ่ายรูปอ่ะ อารมณ์เซ็งไม่อยากกลับ ยิ่งนิโนะมายืนยิ้มให้ยิ่งเสียใจ
 
และไปจากกันด้วยดี น้ำตานี่ไหล ตรงที่เช็คกระเป๋าคงแบบยัยนี่เป็นอะไรร้องไห้มา
เดินผ่าน ตม.คนเดียวเหงาๆ ขึ้นเครื่องคนเดียว เหงากว่าขามาอีก อึดอัดที่สุดดดดดด
 
7 ช.ม. กว่าจะถึงประเทศไทย ถอดเสื้อนอกแทบไม่ทัน ร้อนตับแลบ ฮ่าๆๆ
 
และแล้วก็จบการเดินทางไปญี่ปุ่นของเราอีกครั้ง
รอบหน้าไปโอซาก้า เราจะถ่ายรูปมาให้เยอะกว่านี้ เสียดายเนอะ รอนนี้ไม่ค่อยถ่ายรูป อิอิ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!

สวยงาม น่าเที่ยวน่าไปครับ^^confused smile