:: JAPAN 2014.11 ภาค 1 ::

posted on 13 Dec 2014 03:11 by myultraman-itteq
 
ไปญี่ปุ่นมาเมื่อ 17 พ.ย. - 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา
 
ทีแรกขี้เกียจอัพบล็อคมากเพราะอัพในเฟสบุ๊คไปแล้ว
(ดูได้จากที่อัพบล็อคล่าสุดคือปลายเดือนสิงหา 5555)
ทีนี้เรามานึกถึงที่ๆเราไป กิน นอน อยู่ครึ่งเดือน คือ จังหวัดกุนมะ ทีคนไทยไม่ค่อยรู้จัก
(จากการที่ลองเสิร์ทข้อมูล แทบไม่มีอ่ะ มีคนเคยไปพวกออนเซ็นอะไรงี้เพราะว่าดัง จริงๆมีที่สวยอีกนะ)
 
เลยอยากจะรีวิวที่เที่ยวแถวกุนมะ ออกตัวก่อนเป็นคนบรรยายอะไรไม่เก่งอ่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรถามได้นะ
แล้วไปแบบไม่ได้เตรียมอะไร อยู่ๆอยากไปก็ไป ไปญี่ปุ่นคนเดียว ตอนเด็กๆเคยไปญีปุ่่นกับผู้ใหญ่
แต่คราวนี้ ตัวคนเดียว ผู้หญิงคนเดียว - - ที่ได้เที่ยวเพราะคนญี่ปุ่นพาเที่ยวทั้งหมดเลย 555
 
 
เห็นคนกลัว ต.ม. กันเยอะ ทำไมเราเจอแต่คนดีดีอ่ะ ทั้ง ต.ม.และศุลกากร
แถมหล่อมากมาย เหมือนเพิ่งจบมาหมาดๆ กรี๊ดในใจมากๆ
 
คำถามเบสิคของ ต.ม.
 
มาอยู่กับใครครับ พักที่ไหนบอกไป มากี่วัน
 
แล้วเค้าก็ประทับตราให้เราแล้วชี้บอกเราว่าอยู่ได้ถึงวันนี้ๆนะ
เราคุยกับศุลกากรเป็นภาษาญี่ปุ่น(กากๆ) เค้าขอตรวจกระเป๋าเราก็แค่เปิดกระเป๋าให้เค้าดู
พอเค้าเห็นเราหอบขนมมาเยอะก็หัวเราะ เราก็บอก ของกินทั้งนั้นแหละค่ะ 5555
คือตอนแรกหน้าศุลกากรดุอ่ะ แบบเปิดเป๋าเด๊ะ พอเปิดไม่เจออะไร
แล้วเราก็คุยกับเค้าว่ามาเยี่ยมญาติ(คนญี่ปุ่น)ของกินของฝากจากไทย กลับกลายเป็นขำ น่ารักเมิ๊กกก
แล้วก็เดินชิวๆมารอคนญี่ปุ่นมารับ คือเพราะงี้ไงเลยไม่ได้เตรียมอะไรเลย มีคนพาไป
(คนอ่านถามจะได้ประโยชน์อะไรจากเอนทรี่นี้ฟะ)
 
จริงๆจะบอกว่า ต.ม. ญี่ปุ่นใจดี สุภาพ ถ้าเรามาเที่ยวจริงๆ ไม่ต้องไปกลัว
ระหว่างรออยากเช็คอินว่าถึงแล้ว ก็แค่เชื่อมต่อ Free wifi narita ใช้ฟรี เร็วดี เลิศ
(ที่ฮาเนดะก็น่าจะมีเหมือนกัน)
 
เล่นไปได้สักพัก คนญี่ปุ่นก็มารับ คิคิ อ่อ เราไม่ได้นั่งรถไฟเข้าเมือง เพราะเค้าขับรถมารับจากกุนมะ
(จากชิบะไปกุนมะถ้าจะไปโดยรถใช้เวลา 2-3 ช.ม.นะ)
 
คราวนี้คนญี่ปุ่นขับรถมารับไง แต่เราถามว่าจากนาริตะไปกุนมะ(ทาคาซากิ)มีรถบัสไปมั้ย
คำตอบ คือมี ถ้าประหยัดและไม่รีบอะไร ก็มีรถบัสจากนาริตะไปทาคาซากิ ถูกด้วย ใช้เวลาก็ 3 ช.ม.กว่า
ราคาจำไม่ได้กี่บาท แต่ถูกกว่าชินคันเซน ถึงทาคาซากิเลย
 
ถ้านั่งรถไฟต้องนั่งจากนาริตะไปสถานีอุเอโนะ(โตเกียว)ก่อนแล้วค่อยต่อไปที่ทาคาซากิ
ทีนี้แล้วแต่เลือกจะนั่งชินคันเซนไปตรงๆ หรือ ธรรมดา(ราคาถูกกว่าชินคันเซนครึ่งนึง)
(ข้อมูลรถไฟแบบธรรมดา อยากให้ลองเสิร์ทหาดูนะคะที่ http://www.hyperdia.com/en/)
 
ออกจากสนามบิน แถวสนามบินมีวัดสวยๆอยู่ด้วย คือวัดนาริตะ (คิดว่ามีคนไทยไปเยอะ และรีวิวเยอะและ)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ซื้อเครื่องรางมาด้วยยยย เรื่องเงินๆทองๆ ร่ำรวยจ้าาาา รวยๆจ้า สาธุ
 
 
เที่ยววัดนาริตะเสร็จ เราก็ขึ้นรถไปกุนมะเลย ระหว่างทาง แวะเซเว่นซื้อของกินและเข้าห้องน้ำ
ใช่ เซเว่นญี่ปุ่นมีห้องน้ำ ชักโครกตามเซเว่น จุดพักรถ โรงแรม ห้าง เป็นอัตโนมัติทั้งนั้น
อย่ากดเล่นก่อนนั่ง จะเปียกไม่รู้ตัว แต่ใช้ไม่ยากนะ เราไม่สอนนะ ปุ่มมันมีภาพกราฟิกให้ดูอ่ะ ฮาาา
 
 
กุนมะเป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมาก ห่างจากโตเกียว 100 กว่ากิโลเมตร
ถ้านั่งชินคันเซนจากโตเกียว(อุเอะโนะ) 50 นาทีก็ถึง เร็วแต่แพงนิด 4500-4800 JPY  
แต่ถ้านั่งรถไฟธรรมดาก็ประมาณ 2 ชั่วโมง ถูกดี 1900 JPY
 
 
 
 
ที่นี่จะมีเมืองใหญ่ๆอยู่ 2 เมืองคือ Takasaki (ทาคาซากิ) กับ Maebashi (มาเอะบาชิ)
2 เมืองนี้ก็ติดกับจังหวัดไซตามะ จ.กุนมะจะมีภูเขาเยอะ คนเลยมากระจุกอยู่ที่ราบ 2 เมืองนี้ซะเยอะ
 
วันแรกไปถึงเราไม่ได้ถ่ายรูป 5555 เพราะเราอยู่กับคนญี่ปุ่นด้วย ไม่ได้อยู่กับเพื่อน
เลยรักษามารยาทบ้างอ่า ไม่ใช่จะกินก็ยังถ่ายนั่นถ่ายนี่ ก้มหน้าเล่นแต่มือถือ (เราคิดไปเองแหละ)
เราถึงญี่ปุ่นตอน 9 โมงเช้า อาหารมื้อแรกที่กินตอนเที่ยงคือ ราเมงที่ไซตามะ
ว่าไงอ่ะ เราเป็นคนชอบกินอาหารรสจัด เปรี้ยว เค็ม เผ็ด เลยไม่ค่อยถูกปาก
กว่าจะถึงกุนมะก็เย็นมากแล้ว พอหน้าหนาว 4 โมงเย็นก็เริ่มมืดแล้ว เราเลยดูหนังและเข้านอน
 
วันต่อมาฝนตกข่าาาาาาาา -*- ได้แต่นั่งดูทีวีที่บ้าน (อืมเราพักบ้านคนญี่ปุ่นค่ะ)
พอฝนหยุด แดดมา บ่ายๆเราก็ไปกินซูชิ ชินคันเซน (คนญี่ปุ่นเรียกงี้ 555)
จานละ 100 เยน 1 จานได้ 2 ชิ้น ถูกมากกก (มีบางหน้าจะอีกราคานึงนะ)
 
 
 
ที่เรียกชินคันเซน เพราะมันมาแบบชินคันเซนอ่ะ  5555 วีดีโออยู่ในเฟส
 
 
 
 
กินเสร็จเราก็ไปร้านซีดี ญี่ปุ่นมีร้านขายซีดีเยอะมาก ร้านใหญ่ๆ ไม่ต้องไปห้างเลย อุอิ
เดินแล้วโลภมากกกกก แบ่งโซนกันเลยจ้า เอเคบี กับ จอห์นนี่
เราไปหาซีดีให้เพื่อนอันนึงตอนแรกเดินหาจนปวดตับมาก
ทางที่ดี เซฟรูปใส่มือถือ หรืออะไรก็ได้ เอาให้พนง.ดู เขาจะหาให้อย่างรวดเร็ว
 
 
ขากลับผ่านวัดเล็กๆ เหมือนศาลเจ้ามากกว่าวัดนะ ในวันที่ฝนตก หลอนแท้
 
 
กลับมาบ้าน เราก็ไม่เหงา เพราะเราเป็นทาสแมว อิอิ ที่บ้านมีแมว 7 ตัว จ้ำม่ำน่ากินทั้งนั้น
 
 
พอเราเข้าห้องมาอีกที เจอสภาพนี้ 5555555 ด้วยความที่ชอบแมว เลยนอนกับแมวได้
เรานอนแบบเกรงใจแมวด้วยซ้ำ กลัวมันตื่น แล้วเข้าใจว่าที่มานอนบนเตียงเนี่ย เพราะมันอุ่น
ใต้ผ้าปูที่นอนมันมีแผ่นทำความร้อนรองอยู่ด้วย (อุณหภูมิข้างนอกประมาณ 5 องศาไง)
 
วันต่อมาเราได้เข้าไปบริษัทคนญี่ปุ่น แวะเอาของฝากไปให้ นั่นก็คือ พวงกุญแจช้างจากจตุจักร 555+
คนญี่ปุ่นชอบถามนะว่า ประเทศไทยมีกี่ฤดู ร้อนไหม มีหน้าหนาวไหม
และอึ้งกับคำถามสุดคือ ผู้ชายไทยขี้เกียจไหม เย้ยยยยยย เราก็ตอบว่า แล้วแต่คนมั้งคะ
 
 ตอนไปอากาศไม่ค่อยดีเลยไม่ค่อยได้ไปไหน ส่วนมากเราเลยอยู่บ้าน ดูทีวี
กรี๊ดหนุ่มจอห์นนี่ตามโฆษณาและรายการ 55555555 พอตกเย็น เราออกไปกินข้าวตามร้านอาหาร
ไม่เคยซ้ำสักวัน ออกทุกวัน แต่ถ่ายรูปอาหารมากแค่บางมื้อ - -*
ราเมง ทงคัตสึ ข้าวหน้าแซลมอน เนื้อย่าง ซูชิ อุด้ง โซบะ สเต็ก คาเระ เรียกได้ว่ากินไปทั่ว
 
เราได้ไปเล่นปาจิงโกะมาด้วย ที่ญี่ปุ่นเปิดแข่งกันสะหึ้ม ใหญ่โตอลังการ ถูกกฏหมาย คนเล่นกันจริงจังมาก
อยากบอกว่าเราเล่นไม่เป็นอ่ะ แต่คนญี่ปุ่นเสียบเงินให้เล่นทีหมื่นเยนงี้ (เกือบสามพันบาท)
เราก็เล่นมั่วๆของเราอ่ะ ปรากฏว่าวันนั้นได้มา 1500 บาท เห้ยยยย (แต่คนไทยอย่าเล่นมากเลย ไม่ดีๆ)
 
 
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
 
วันต่อมาหลังจากญี่ปุ่นเลิกงานแล้วก็พาไปดูไฟประดับสวยๆที่ มาเอะบาชิ 

Illumination at The Gunma Flower Park

ถ้ามาเดือน 3-11 เสียคนละ 700 เยน ถ้ามาเดือน 12-2 เสียคนละ 500 เยน
 
ระหว่างทางไป เจอประตูสีแดงเยอะ ถ่ายรูปซะเลย
ตลอดเวลาที่เราอยู่ญี่ปุ่น เรานั่งรถยนต์ตลอดค่ะ ทำให้รู้ว่าคนญี่ปุ่นขับรถกันรักษากฏจราจรมาก
เราติดเลยอ่ะ กับการคาดเข็มขัดแม้ว่าบางทีจะนั่งอยู่เบาะหลังก็ตาม - -* 
 
 
 
ภาพไม่เท่าไหร่อ่ะ ของจริงสวยมากกกกกก และหนาวมาก แล้วเราใส่เสื้อผ้าได้ท้าลมหนาวมาก
เสื้อตัวใน 1 ตัว กับตัวนอกของยูนิโคล่แค่นั้นอ่ะทั้งเซต (คนอื่นจะแต่งเว่อร์มาก)
แต่คือแปลกตอนแรกๆหนาว เดินไปเดินมาไม่หนาว (อากาศบนภูเขาตอนกลางคืน ไม่รู้กี่องศา คงต่ำกว่า 5)
 
 
ขากลับแวะกินคาเระจ้าาาา ที่  Coco Ichibanya
มีสาขาที่ไทยนะ อร่อยด้วยยยยย
 
 
 
-----------------------------------------------------------------
 
ตัดมารีวิวของกิน เพราะวันหลังๆไม่ค่อยได้ไปไหน ฝนมันตก เลยกินอย่างเดียว
 
ร้านสเต็ก THE FLYING-GARDEN
มีหลายสาขาในญี่ปุ่น เราสั่งสเต็กหมู กับ ข้าวผัดเนยต่างหาก
ราคารวมประมาณ 1200 เยน  ให้ 3 ดาว พอกินได้ล่ะ ตัดคะแนนที่แพงไปหน่อย
 
 
หลังจากกินเสร็จกลับบ้านมาป๊ะกับซูฮยอนโอป้า หนังเกาหลีพากย์เสียงญี่ปุ่น
ตอนจบพอดีด้วยแต่ฟังรู้เรื่องกว่าเกาหลี ถถถถถถ 
เบื้องหน้าทีวี รกเนอะ มิสเตอร์โดนัทญี่ปุ่น ช็อคโกแลตมันอร่อยกว่าไทยอ่ะ (คหสต.)
 
 
 
กว่าหนังฝ่าบาทจะจบก็ปาไปเที่ยงคืนได้ พอกลับเข้ามาห้องนอนเจอสภาพนี้อีก!!!
เหมือนโดนแมวไล่ให้ไปนอนบนพื้นทางอ้อม 555
 
 
 
ฝันดี
 
ขอจบภาค 1 ไว้เพียงเท่านี้ก่อนแล้วกัน 
ความจริงอัพจะเสร็จแล้ว เน็ตหลุด ที่พิมพ์ๆไว้หายไปตั้งเยอะ เซ็งเป็ด
เดี๋ยวมาต่อภาค 2 
 
 

Comment

Comment:

Tweet